|
 |
 |
 |
 |
ูหลักสูตรที่เปิดสอน |
 |
 |
|
| |
| ตารางเรียนปี 2551 l เรียนฟรี l Testimonials l In-House Training |
| |


เราคือสถาบันแรกที่คิดค้นหลักสูตรและสอนแนว Sentence Structure 

เพราะหลักสูตรที่ฝรั่งคิดขึ้นมาเพื่อสอนฝรั่ง ไม่สามารถใช้กับคนไทยให้ประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษ
ได้ทั้งหมด และนี่คือที่มาของหลักสูตรภาษาอังกฤษที่คนไทยคิด เพื่อคนไทยให้เรียนภาษาอังกฤษได้เข้าใจง่าย ไม่ต้อง
ใช้เวลานาน เพื่อความสำเร็จในการพูด และเขียนให้ได้มาตรฐานเท่าเจ้าของภาษา

 |
| |
หลักสูตรที่เปิดสอน |
| |
 |
| |
 |
Build up English |
View> |
| |
 |
| |
 |
Strong Base for Structure |
View> |
| |
 |
| |
 |
Sentence Structure |
View> |
| |
 |
| |
 |
Applying Thai to English (Clause) |
View> |
| |
 |
| |
 |
Applying Thai to English (Phrase) |
View> |
| |
 |
| |
 |
Writing Skills ( Correct ) |
View> |
| |
 |
| |
 |
Writing Skills ( Concise ) |
View> |
| |
 |
| |
 |
I Can Speak 1-2 |
View> |
| |
 |
| |
 |
Business Conversation 1-2 |
View> |
| |
 |
|

|
|
วัตถุประสงค์
เรียกคืนความมั่นใจที่ห่างหายไปสำหรับผู้ที่ต้องการปูพื้นฐานภาษาอังกฤษใหม่ โดยเน้นการเรียนรู้ประเภทและ
หน้าที่ของคำ (Part of Speeh) ซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของภาษาแต่ขาดไม่ได้เพราะเราจะต้องใช้ประกอบโครงสร้าง
โดยรวมต่อไป หลักสูตรนี้เป็นการปูพื้นฐานใหม่อีกครั้งให้มั่นคง จนสามารถที่จะเลิกกังวลเรื่องพื้นฐานภาษาอังกฤษ
ที่เคยสร้างความสับสนจนต้องเรียนแล้วเรียนอีก

|
 |
Strong Base for Structure |
|
 |
วัตถุประสงค์ของ Strong Base for Structure
เพื่อปูพื้นฐานให้กับผู้เรียนที่มีพื้นฐาน Grammar อ่อนหรือผู้ที่ทิ้งภาษาอังกฤษไปนาน หลักสูตรนี้จะช่วยปรับพื้นฐานความรู้ไวยากรณ์ แบบค่อยเป็นค่อยไปที่ละเรื่อง เพื่อให้พร้อม และง่ายต่อการทำความเข้าใจในการเรียนโครงสร้างภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเนื้อหาหลักในหลักสูตร Sentence Structure
เนื้อหาของบทเรียน
- เรียนรู้กฎ Grammar พื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ เช่นตำแหน่งและหน้าที่ของ noun, pronoun ,adjective, adverb การแยกประเภทของ verb เช่น intransitive verb (vi), transitive verb (vt), linking verb (lv), active voice, passive voice
- ฝึกความชำนาญในการแต่งประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นและต้องใช้ในชีวิตประจำวันและงานธุรกิจ
- รู้จักและเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง Verb และ verbal phrase เพื่อสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกวิธีี
|

|
 |
|
วัตถุประสงค์ของ Sentence Structure
สอนหัวใจหลักของโครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ (Sentence Structure) ทั้งระบบก่อนเข้าสู่ไวยากรณ์ปลีกย่อย ที่จะทำให้ผู้เรียนสามารถพูดได้ เขียนเป็นใน 1 เดือน ด้วย 7 สูตรทอง ซึ่งเป็นวิธีลัดที่ผู้เรียนสามารถเข้าใจโครงสร้างตั้งแต่ประโยคพื้นฐานง่ายๆ ไปจนถึงโครงสร้างซับซ้อนที่นิยมใช้กันทั่วโลก รวม 24 แบบ วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้ที่เรียนภาษาอังกฤษมาตลอดนับ 10 ปี แต่ยังไม่สามารถนำไปใช้งานได้ หรือผู้ที่ยังรู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยุ่งยาก สับสน ยากที่จะนำไปพูดหรือเขียนได้ดังใจสามารถพลิกมุมมองใหม่ให้รู้สึกง่าย สนุกและมีกำลังใจในการเรียนมากขึ้นถึง 85% เพราะหลักสูตรที่ว่านี้สามารถประมวลความรู้ภาษาอังกฤษที่เรียนมานับ 10 ปี ให้นำไปใช้พูดและเขียนเพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจได้จริงภายใน 1 เดือน ด้วยการสร้างความเข้าใจแบบใหม่ที่ได้ผลให้กับผู้เรียน
เนื้อหาของบทเรียน
- สอนโครงสร้างภาพรวมของภาษาอังกฤษทั้งหมด ว่าเวลาที่ชาวต่างชาติพูด หรือเขียนยาวๆ ก็มีอยู่แค่นี้และมีหลักในการใช้อย่างไร อธิบายเฉพาะ Grammar ที่จำเป็น และทบทวนโครงสร้างก่อนที่จะเริ่มฝึกทำแบบฝึกหัด
- ฝึกแปลประโยคจากภาษาไทยให้เป็นภาษาอังกฤษ การทำแบบฝึกหัดในช่วงแรก จะให้ฝึกเขียนแบบมีโครงสร้างบังคับ เมื่อเกิดความชำนาญแล้ว จะให้เริ่มทำแบบฝึกหัดการแปลประโยคภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษแบบไม่มีโครงสร้างบังคับ โดยให้สังเกตรูปประโยคตามสูตรที่ได้ให้ไว้

|
 |
Applying Thai to English (Clause) |
|
 |
วัตถุประสงค์ของ Applying Thai to English (Clause)
ฝึกทักษะในการมองความแตกต่างระหว่างโครงสร้างภาษาไทย กับโครงสร้างภาษาอังกฤษในส่วน ที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้น เมื่อเราเข้าใจหลักการว่าทำไมชาวต่างชาติถึงใช้แบบนี้ เวลาเรานำมาเขียนหรือพูดภาษาอังกฤษจากความคิดภาษาไทยล้วนๆ จึงสามารถแปลงเป็นภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและได้ตรงกับเนื้อหาที่คิดไว้ หลักสูตรนี้จะเน้นในส่วนของ Dependent Clause ซึ่งมีอยู่ 3 ประเภทคือ Noun Clause, Adjective Clause, Adverb Clause
เนื้อหาบทเรียน
- สอนเรื่องการใช้ Noun Clause , Adjective Clause, Adverb Clause โดยชี้ให้เห็นลักษณะ หน้าที่ รูปแบบของ Clause แต่ละชนิด และชี้ให้เห็นความแตกต่างของภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- ทำโจทย์ผสมในลักษณะแปลงประโยคจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง เพื่อให้ผู้เรียนมีความชำนาญในการดูว่าประโยคภาษาไทยเช่นใด ควรใช้ Clause ประเภทไหนและใช้ได้ถูกโครงสร้างเพียงใด
|

|
 |
Applying Thai to English (Phrase)  |
|
 |
วัตถุประสงค์ของ Applying Thai to English (Phrase)
- ให้ผู้เรียนฝึกทักษะในการใช้ verbal phrase* และรู้ว่าโครงสร้างภาษาไทยแบบใดควรใช้ verbal phrase ประเภทใด เมื่อจบหลักสูตรนี้ ผู้เรียนจะมีความชำนาญในการใช้ verbal phrase ในส่วนต่างๆ ของโครงสร้างประโยคอังกฤษ เช่นใช้เป็นประธาน เป็นกรรม เป็นส่วนขยายความ เป็นต้น และให้รู้จักโครงสร้างของรูปแบบการเชื่อมคำ หรือข้อความ ที่รู้จักกันในหลักการของการ Compound ในประโยคภาษาอังกฤษ
- ให้รู้จัก Complement ในรูปแบบพิเศษ กับกริยาพิเศษบางจำพวก ซึ่งถ้าไม่เข้าใจ จะทำให้แปลความหมายได้ยาก และไม่เข้าใจรูปแบบโครงสร้างประโยคที่ว่านี้
- เรียนรู้คำกริยาในกลุ่ม Verb of feeling ทั้งรูปแบบ และวิธีการใช้ เพื่อให้รู้จักเลือกใช้ให้ถูกความหมายที่ต้องการ
หมายเหตุ verbal phrase* เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้ในการใช้ภาษาอังกฤษ ถ้าไม่เข้าใจ จะทำให้มีปัญหาในการเรียนและการใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างมาก
เนื้อหาของ Applying Thai to English (Phrase)
- เข้าใจวิธีการ compound ในส่วนต่างๆ ใน Simple Sentence เช่น การ compound subject, compound verb, compound adjective, etc.
- รู้หน้าที่ ตำแหน่ง และการเลือกใช้ verbal ในส่วนต่างๆ ของ Simple Sentence อย่างถูกความหมายว่าเมื่อใดควรใช้ gerund, to infinitive, present participle, past participle
- ให้รู้จัก Verb บางตัวแต่มีความสำคัญที่สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งเป็น linking verb, action verb รวมถึงคำกริยาในกลุ่ม Verb of feeling ซึ่งมีผลแตกต่างกันในเรื่องโครงสร้างประโยคและความหมายที่เลือกใช้

|
 |
Writing Skills ( Correct )  |
|
 |
วัตถุประสงค์ของ Writing Skills ( Correct )
ฝึกการเขียนในรูปแบบ paragraph ที่ดี ด้วยการหลีกเลี่ยงโครงสร้างผิดๆ 13 โครงสร้าง ที่เรียกว่า “ Basic Sentence Faults” ผู้เรียนจะเห็นภาพรวมของงานเขียนตนเอง ทำให้สามารถวิเคราะห์ประโยคภาษาอังกฤษตรวจเช็คความถูกต้อง และปรับแต่งงานเขียนของตนให้กระชับ ได้ใจความที่ชัดเจนและตรงความหมาย
เนื้อหาบทเรียน
ระวังการเขียนที่ผิดหลัก 13 โครงสร้าง (Basic Sentence Faults) ซึ่งทำให้งานเขียนถูกต้องมีประสิทธิภาพ สามารถแบ่งตามกลุ่มของรูปแบบ Sentence ได้ดังนี้
- ประโยค Simple Sentence โ่ครงสร้างรูปประโยคที่มักเขียนผิด ได้แก่ โครงสร้าง Choppy, Dangling, Fragment
- ประโยค Compound Sentence โ่ครงสร้างรูปประโยคที่มักเขียนผิด ได้แก่ โครงสร้าง Run-on, Faulty Co-ordination, Over-Compound
- ประโยค Complex Sentence โ่ครงสร้างรูปประโยคที่มักเขียนผิด ได้แก่ โครงสร้าง Faulty Subordination, Over-Complex, Mixed Sentence
- General mistakes โ่ครงสร้างรูปประโยคที่มักเขียนผิด ได้แก่ Split, Parallel, Omission, Shift
ตัวอย่าง โครงสร้างรูปประโยคที่ผิดแบบ Fragment
(ผิด) With reference to your quotation dated December 27th , 2003 about ball-point pens.
ตามโครงสร้างประโยคที่ถูกต้อง จะต้องมี Independence Clause [Subject – Verb – (Object) ]
ดังนั้น ประโยคดังกล่าวข้างต้นจึงผิด เนื่องจากประโยคไม่มี Independent Clause มีเพียง Modifier ประเภท Prepositional Phrase เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับภาษาไทย จึงเป็นเพียงวลีลอยๆ ประโยคที่เขียนขึ้นจึงขาดใจความหลักในการสื่อความ
(ถูก) With reference to your quotation dated December 27th , 2003 about ball-point pens, we agree to your proposal and we are interested in placing a bulk order.
การแก้ไขประโยคให้ถูกต้อง จึงต้องเพิ่ม Independent Clause ซึ่งเป็นใจความหลักในการสื่อความ เพื่อให้ประโยคถูกต้องตามโครงสร้างภาษาอังกฤษ และหลักตรรกะของภาษา
ดังนั้น ผลของการเรียนรู้ที่ให้ระวังการเขียนที่ผิดหลัก 13 โครงสร้าง สามารถทำให้ผู้เรียนเขียนงานเขียนได้อย่างถูกต้อง ทั้งรูปแบบ Sentence และ Paragraph ที่ถูกต้องและสวยงามได้ดังใจ
|
 |
Writing Skills ( Concise )  |
|
 |
วัตถุประสงค์ของหลักสูตร Writing Skills ( Concise )
เพื่อพัฒนาหลักการเขียนให้สละสลวยยิ่งขึ้น ลดความยาวของรูปประโยคให้สั้นลงและกระชับความขึ้น (Diet of Sentence) นอกจากนี้ยังเน้นวิธีปรับแต่งประโยคให้มีสีสันชวนอ่าน และน่าติดตามมากขึ้น ด้วยการใช้เทคนิคการขึ้นต้นประโยคด้วยคำประเภทต่าง ๆ (Variety in Sentences)เช่น การเปิดประโยคด้วย verb, adverb หรือกลุ่มคำ (phrase) เช่น preposition phrase, verbal phrase หรือ อนุประโยค เช่น adverb clause เป็นต้น
เนื้อหาบทเรียน
- เรียนการลดรูป Dependent Clause (DC) ประเภท Noun Clause, Adjective Clause และ Adverb Clauseให้เป็น Noun, Adverb, Adjective, Preposition Phrase และ Verbal ต่างๆ
- ฝึกการเขียนขึ้นต้น (Opening)ประโยค ด้วยคำ (Word), Phrase, Clause ในรูปแบบที่ต่างกันออกไป เพื่อให้งานเขียนมีสีสัน ไม่จืดชืด ที่เรียกว่า Variety in Sentence รวมถึงการฝึกปรับแต่งประโยค ด้วยการขยายและเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนต่างๆของ Independent Clause เช่นเพิ่มที่ส่วนหน้า (In the front of the sentence) ส่วนกลาง ( In the middle of the sentence) หรือส่วนท้าย ( At the end of the sentence)
- ฝึกทักษะในการเลือกใช้โครงสร้างต่างๆ ที่ได้เรียนมา เพราะในเนื้อความหนึ่งๆ สามารถเขียนออกมาได้ในหลายลักษณะ เช่น อาจจะเขียนออกมาได้เป็น Simple Sentence หรือ Compound Sentence หรือ Complex Sentence หรือ Compound-Complex Sentence ก็ได้
- นำทักษะการเขียนที่เรียนมาทั้งหมด เพื่อฝึกเขียนข้อความในรูปจดหมาย (Letter) บทความ (Passage)

|
 |
|
หลักสูตรที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่เรียนภาษาอังกฤษมานาน แต่ไม่สามารถพูดได้ หรือพูดเป็นประโยคไม่ได้อย่างที่คิดไว้ (พูดได้เพียงแค่ เป็นคำๆ) ด้วยวิธีการง่าย ๆ ที่จะสอนให้คุณเกิดความชำนาญในการพูด ภาษาอังกฤษได้อย่างที่คุณคิดอยากจะพูด เพื่อให้สามารถสนทนาโต้ตอบได้ทันท่วงที
จุดประสงค์ของ I can speak I
เพื่อให้ผู้เรียนกล้าพูดเป็นสำคัญหลักสูตรนี้เน้นการสื่อความ มากกว่าเน้นถูกผิดเนื่องจากเรื่องของโครงสร้างและไวยากรณ์ ได้เรียนกันมาแล้วในหลักสูตร Strong Base, Structure, Applying Thai to English (Clause / Phrase)
ความรู้พื้นฐาน
- เข้าใจองค์ประกอบของโครงสร้างประโยค (Subject, Verb, Object, Complement, Modifier)
- รู้ว่า Clause, Phrase, Verbal มีหน้าตาอย่างไร แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร
เหมาะสำหรับใคร
- สำหรับผู้ที่พูดอังกฤษพอได้ เช่น พูดได้เป็นคำๆ แต่ไม่ต่อเนื่อง
- สำหรับผู้ที่รู้สึกกังวลใจที่จะต้องพูดประโยคยาวๆ เพราะต้องใช้เวลาในการเรียบเรียงคำพูดนาน เนื่องจากนึกโครงสร้างประโยคไม่ทัน หรือไม่รู้ว่าโครงสร้างที่เรียนมาจะถูกนำมาใช้ได้อย่างไร ทำให้กลับไปสู่ความเคยชินที่พูดเป็นคำๆ แบบเดิมอีก
- สำหรับผู้ที่มีแรงจูงใจและมุ่งมั่นที่จะฝึกพูดประโยคให้ได้ในแต่ละแบบ จนเกิดเป็นความเคยชิน เช่นเดียวกับการท่องบทสนทนา เมื่อทำความรู้จักกับชาวต่างชาติเป็นครั้งแรก แต่การฝึกโครงสร้างที่ว่านี้คือการฝึกวิธีการใช้ ไม่ใช่บทท่องจำ จึงสามารถนำวิธีการไปปรับใช้ได้กับทุกสถานการณ์ เช่น
- เมื่อคุณต้องการทำหรือให้ใครทำอะไร อย่าลืมใช้ to infinitive
- ทุกเรื่อง ทุกเหตุการณ์ที่ใช้อารมณ์ ความรู้สึกในการทำอะไรบางอย่าง อย่าลืมใช้ v.to be + adjective + to infinitive
- เมื่อต้องการพูดอธิบายเกี่ยวกับ ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ อย่าลืมใช้ Adverb Clause
- Etc.
แนวคิด (Concept)
- ฝึกรูปประโยค โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ ( วัตถุประสงค์กำหนดรูปแบบประโยค )
- ฝึกพูดรูปประโยคซ้ำๆ โดยใช้จินตนาการจากหลากหลายเรื่องราว และเหตุการณ์ทั่วๆ ไปให้มากที่สุด เพื่อให้คุณเข้าใจว่าจะใช้รูปประโยคเช่นนี้ ก็ต่อเมื่อวัตถุประสงค์เช่นนี้ หากจะเปรียบให้เห็นภาพการฝึกฝนให้ชัดเจนขึ้น ก็เปรียบได้กับการฝึกพิมพ์ดีด เมื่อเริ่มฝึกในเบื้องต้น คุณต้องเรียนรู้หลักการวางมือสัมผัสแป้นพิมพ์ จดจำตำแหน่งของตัวอักษร จากนั้นก็เริ่มฝึกพิมพ์สัมผัสพร้อมจดจำ จนกว่าคุณจะเกิดความชำนาญ และพิมพ์ได้อย่างคล่องแคล่วในที่สุด
- พยายามลดการใช้สรรพนาม I you me ให้มากที่สุด เปลี่ยนเป็นประธานหรือกรรมตัวอื่นๆ แทนเช่น the postman, the head of Faculty of Arts, the owner of the photoshop, a gardener, etc เพื่อให้นึกภาพเหตุการณ์ได้หลากหลายและชัดเจนมากยิ่งขึ้น เริ่มจากชีวิตประจำวันที่พบเห็นทั่วไป
- เมื่อพูดถึงคำนาม 1 ตัว ไม่ควรหยุดที่คำนามคำเดียว ควรฝึกการขยายคำนามตามที่ได้เรียนมาดังนี้
| ง่ายที่สุด |
Adjective + Noun |
The lovely girl.... |
| |
Noun + Preposition |
The girl near the door.... |
| |
Noun + Verbal |
The girl carrying a big bag... |
| |
Noun + DC |
The girl who is carrying a big bag..... |
- ไม่ต้องพูดเร็ว ให้พูดช้าๆ แต่พยายามนึกการใช้รูปประโยคให้เหมาะสม กับเหตุการณ์ที่จำลองขึ้นมา
วิธีการ
- เป็น class ฝึกพูดที่อาจารย์จะเป็นเพียงผู้กำกับดูแลเท่านั้น คือคอยเสริมและกระตุ้นให้ผู้เรียนกล้าพูดเป็นสำคัญ สัดส่วนการสอน-การฝึกพูดระหว่างอาจารย์กับผู้เรียน คือ 20% - 80% เน้นฝึกคิดประโยคเองในแต่ละโครงสร้าง จนเกิดความคล่องตัว เมื่อผู้เรียนทำได้สำเร็จ ผู้เรียนจะสามารถสื่อความที่ยาวขึ้นในชั่วโมงท้ายๆ ของการเรียนได้ในที่สุด
- ที่สำคัญ การฝึกคิดรูปประโยคเองมีผลอย่างมากกับการพูดได้คล่อง การฝึกใน class เรียนอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ผู้เรียน I Can Speak I จะต้องกลับไปคิดรูปแบบประโยคเอง และทำการบ้านส่งอาจารย์ไม่ต่ำกว่า 30 ข้อต่อหนึ่งโครงสร้าง แล้วนำมาฝึกฝนกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนต่อในแต่ละสัปดาห์
- พบกับวิธีการสอนและ Activities ต่างๆ ที่จะทำให้คุณรู้สึกว่าการพูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องธรรมดา ในชีวิตประจำวันของคุณตั้งแต่บัดนี้ด้วยหลักสูตร I Can Speak
จุดประสงค์ของ I Can Speak II
มุ่งเน้นให้ผู้เรียนนำวิธีการฝึกพูดภาษาอังกฤษมาประยุกต์ใช้โดยสามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆได้ เป็นหลักสูตรที่ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะฟังและพูดควบคู่กันไป
วิธีการ
- ให้วิธีการฝึกทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้เรียนนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และมีการติดตามผลในทุกสัปดาห์
- ฝึกทักษะการฟังสำเนียงจากเจ้าของภาษา ทั้งจากแผ่นซีดีประกอบการสอนและการสัมภาษณ์พูดคุย กับชาวต่างประเทศ
- รูปแบบของการฝึกพูด จะเป็นทั้งการกล่าวบรรยายความคิดเห็นของผู้เรียนเอง การถามความคิดเห็นแบบจับคู่และแบบกลุ่ม รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการพูดให้มากที่สุดเนื้อหา
เนื่องจากเป็นหลักสูตรต่อเนื่องจาก I Can Speak I ผู้เรียนจะเริ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ฝึกฟังบทสนทนาของชาวต่างชาติ และให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในสิ่งที่ได้ฟังบทสนทนานั้น ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที นอกจากนี้ยังการสอนสำนวนที่ต้องใช้บ่อยๆ เวลาสนทนากับชาวต่างชาติ เช่น เวลาออกความคิดเห็น การแสดงความสนใจ เป็นต้น สลับกับเกมส์ภาษาอังกฤษเพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย และได้ฝึกความคล่องแคล่วให้เพิ่มมากขึ้น
|
 |
|
วัตถุประสงค์ Business Conversation 1
เพื่อสร้างความมั่นใจ และพัฒนาความคล่องแคล่วในการพูด โดยเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำภาษาอังกฤษไปใช้ในที่ทำงาน ที่มีชาวต่างชาติร่วมทำงานอยู่ได้อย่างประสบผลสำเร็จ ภายในระยะเวลาอันสั้น
วิธีการ
- สร้างสถานการณ์จำลองในบรรยากาศของการทำงานจริง ซึ่งจะประกอบไปด้วยกิจกรรมในห้องเรียน กรณีศึกษา การฝึกฝนบทสนทนาในส่วนของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ การติดต่อสื่อสารทางธุรกิจที่จำเป็น
- เน้นและจำสำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยและจำเป็น เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำไปใช้พูดได้ทันที เมื่อต้องทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ
- เป็นการฝึกฝนทั้งในแบบจับคู่คุยระหว่างกัน และคุยกันเป็นกลุ่ม พร้อมเกมส์ทางธุรกิจในทุกๆ บทเรียน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความมั่นใจในตัวเอง และเป็นการใช้เวลาที่ให้ประโยชน์คุ้มค่าสูงสุดสำหรับการฝึกพูด
คุณสมบัติของผู้เรียน
- มีพื้นฐานในการพูดสนทนาภาษาอังกฤษมาบ้างพอสมควร สามารถเล่าเรื่องราวหรือโต้ตอบบทสนทนาง่ายๆ ได้อยู่แล้ว เช่น เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง อธิบายลักษณะสิ่งต่างๆ ได้ กล่าวถึงสถานการณ์ง่ายๆ ได้ และอื่นๆ
- รู้ศัพท์ทั่วๆไปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
- มีพื้นความรู้ด้านโครงสร้างภาษาอังกฤษ สามารถใช้ประโยคภาษาอังกฤษที่ถูกโครงสร้าง (Sentence Structure)ได้ดี

วัตถุประสงค์ของ Business Conversation 2
เพื่อให้การสนทนาในที่ประชุมเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด และผู้พูดสามารถสื่อความได้อย่างที่ต้องการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่นทราบถึงข้อเท็จจริง ความคิด ข้อเสนอ ของผู้พูด หลักสูตรนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้วิธีในการให้ และรับความคิดเห็นในที่ประชุม ตลอดจนวิธีการแสดงออกซึ่งความคิดที่เห็นด้วย - ไม่เห็นด้วย การหาเหตุผลสนับสนุนความคิดหรือตอบข้อโต้แย้งของผู้อื่น ตลอดจนวิธีเปิดประชุม การควบคุมการประชุมต่างๆ เป็นต้น
เนื้อหาบทเรียน
- Giving & asking for opinions; developing an argument
- Agreeing & disagreeing; developing a complex argument
- Role play, case study & simulation
- Making suggestions; solving business problems
- Diplomatic Languages; checking understanding
- Role play, case study & simulation
- Chairing ; opening, explaining objectives; managing and controlling the discussion
- Solving everyday problems; allocating budget; product launching, marketing plan
- Role play & simulation
- Dealing with public relations; making financial decision, appraisal meeting
- Presenting in a meeting; general framework
- Simulation
|

|
 |
I Can Speak ต่างกับ Conversation Course อย่างไร
Conversation เป็นการสนทนาโต้ตอบระหว่างกัน ผู้เข้าเรียนต้องมีความสามารถในการพูด เพื่อถ่ายทอดความคิดของตนเองได้รวดเร็วระดับหนึ่ง และพูดได้ถูกต้องตามโครงสร้างประโยคดีพอสมควร เนื้อหาที่สอนในแต่ละสถาบันอาจแตกต่างกันไป แต่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือฝึกความคล่องตัวในการพูด เป็นเวทีฝึกฝนสำหรับผู้เรียนที่มีพื้นฐานแล้วเป็นอย่างดี แต่ไม่ใช่เวทีเรียนสำหรับผู้ที่ยังพูดไม่ค่อยได้ จะรู้ได้อย่างไรว่าควรเรียน I Can Speak หรือ Conversation Course
ผู้เรียนสามารถวัดระดับความสามารถ และความคล่องตัวในการสนทนาก่อนเลือกเข้าชั้นเรียนได้ จากข้อสอบ (Written & Oral Test) ของทางสถาบัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนตัดสินใจได้ว่าจำเป็นต้องเข้าเรียนหลักสูตร I Can Speak I & II ก่อนหรือไม่
|
 |
| |
|
 |
 |
|